‘ปานเทพ’ แฉต่อ ทนายตั้ม ตั้งตัวเป็นผู้จัดการมรดก พินัยกรรมเจ๊อ้อย

“ปานเทพ” แฉเพิ่ม ทนายตั้ม ตั้งตัวเป็นผู้จัดการมรดก พินัยกรรมเจ๊อ้อย มั่นใจทำให้รูปคดีให้มีความแน่นหนาและแข็งแรงมากขึ้น พร้อมเข้าให้ปากคำตำรวจ ในฐานะพยาน 

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ สื่อมวลชน และ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในคดีที่ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย แจ้งความดำเนินคดีกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความกับพวก ในข้อหาฉ้อโกง

 

นายปานเทพ กล่าวว่า อีกกรณีที่สังคมสงสัยว่า ทำไมทนายตั้มพยายามให้เจ๊อ้อยรับลูกชายของตัวเองเป็นบุตรบุญธรรม จากการสอบถามเจ๊อ้อยพบว่า เมื่อปี 2565-2566 มีการทำพินัยกรรมเจ๊อ้อยอยู่ 2 ครั้ง เป็นทรัพย์สินของเจ๊อ้อยในต่างประเทศทั้งหมด และยังพบว่าทำกันเป็นขบวนการ โดยครั้งแรกยังไม่มีผู้จัดการมรดก แต่ครั้งที่ 2 มีการเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมโดยมีทนายตั้มเป็นผู้จัดการมรดก

จากนั้น ในปีนี้เจ๊อ้อยได้พบพิรุธจึงได้ทำพินัยกรรมฉบับใหม่ กับหน่วยงานราชการ แต่ทนายตั้มยังไม่คืนพินัยกรรมฉบับที่ตนเป็นผู้จัดการมรดก โดยอ้างว่าได้ทำลายพินัยกรรมฉบับนั้นแล้ว แต่ไม่เคยทำลายต่อหน้าเจ๊อ้อย ซึ่งสิ่งนี้เชื่อว่าทั้งหมดจะประกอบเป็นรูปคดีให้มีความแน่นหนาและแข็งแรงมากขึ้น

ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

นอกจากนี้ ยังพบอีกมีขบวนการอื่น ๆ ตามมาหลังจากนั้นอีก เช่น การติด GPS ที่รถเบนซ์ของเจ๊อ้อยและพาไปในที่ที่ไม่มีสัญญาณ ทำให้เจ๊อ้อยรู้สึกไม่ปลอดภัย

ในส่วนคดีฉ้อโกงเงิน 39 ล้านบาท เชื่อว่ามีความคืบหน้าแห่งคดีอย่างแน่นอน มีความชัดเจนแล้วว่า ผู้ถูกกล่าวหาแบ่งเงินกันอย่างไรแบ่งไปให้ ในขณะนี้ตัวเจ๊อ้อยและตำรวจได้ทราบข้อเท็จจริงแล้ว

นายปานเทพ กล่าวว่า ในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตนเองให้มาเป็นพยานในฐานะผู้ที่รับเรื่องร้องทุกข์ จากน.ส.จตุพร ขณะที่เจ๊อ้อยและคณะได้เดินทางมาที่บ้านพระอาทิตย์เป็นครั้งที่ 3 เพื่อมาขอบคุณคุณสนธิ ลิ้มทองกุล และเพื่อฝากขอบคุณสื่อมวลชนทุกค่ายที่ให้การสนับสนุนในการทำข่าวเรื่องนี้

ที่มา :'ปานเทพ' แฉต่อ พินัยกรรมเจ๊อ้อย ทนายตั้ม ตั้งตัวเป็นผู้จัดการมรดก

 

เพลงใหม่ เพลงแนะนำ เพลงฟังเพลินๆ

84
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567