''รมว.แรงงาน'' ห่วง ''สูงวัย'' ไร้งานทำ สั่งเตรียมกว่า 1,900 อัตรา รองรับ จ้างงานสังคมสูงอายุ

“รมว.แรงงาน” ห่วง “สูงวัย” ไร้งานทำ สั่งเตรียมกว่า 1,900 อัตรา รองรับ จ้างงาน สังคมสูงอายุเต็มรูปแบบ ลดผลกระทบต่อโครงสร้างแรงงาน-ทิศทางเติบโตทางเศรษฐกิจ

25 มีนาคม 2569 – น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาการมีงานทำของผู้สูงอายุ ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ว่า

ปัจจุบันประเทศไทย มีประชากรอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 15 ล้านคน ในจำนวนนี้ มากกว่าร้อยละ 30 หรือ ประมาณ 1 ใน 3 ยังคงทำงานอยู่ เนื่องจากไม่มีเงินออม และไม่มีคนดูแล และคาดว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า สัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างแรงงาน และทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ โดยร้อยละ 31.6 มีรายได้เฉลี่ยเพียงวันละ 83-167 บาท และอีกร้อยละ 19.9 มีรายได้น้อยกว่า 83 บาทต่อวัน ซึ่งเป็นระดับรายได้ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่า 2 ใน 3 ของผู้สูงอายุ หรือร้อยละ 66.7 ไม่มีเงินออมเลย จึงจำเป็นต้อง ต้องทำงานต่อ และมีผู้สูงอายุถึง 5.26 ล้านคน หรือ ร้อยละ 37.2 ยังทำงานอยู่ โดยให้เหตุผลหลักว่าสุขภาพยังแข็งแรงและมีความจำเป็นด้านรายได้ สะท้อนว่า ผู้สูงอายุจำนวนมาก ไม่ได้ต้องการเป็นภาระพึ่งพิงของสังคมหรือภาครัฐ แต่ต้องการที่จะมีบทบาท มีคุณค่า และสามารถดูแลตนเองได้

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ข้อจำกัดในการส่งเสริมการจ้างงาน ในผู้สูงอายุ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ ทำให้การพัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในหลายภาคส่วนยังคงเป็นเรื่องท้าทายและต้องใช้เวลาในการปรับตัว

ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อย ยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึง เพราะขาดแคลนอุปกรณ์ดิจิทัลพื้นฐาน เช่น สมาร์ทโฟน หรือ อินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการลงทะเบียนและเข้าถึงบริการภาครัฐในยุคดิจิทัล ส่งผลให้กลุ่มผู้สูงอายุบางส่วนหลุดจากระบบ และไม่ได้รับการสนับสนุน หรือการดูแลที่เหมาะสมจากภาครัฐ

ในส่วนนี้ได้ให้นโยบายกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ให้ดำเนินการ Up Skill – Re-skill ทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถเข้าทำงานได้ และว่า ได้ให้กรมการจัดหางาน (กกจ.) เดินหน้าส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยเตรียมตำแหน่งงานว่างกว่า 1,969 อัตรา เพื่อรองรับ เช่น พนักงานขายสินค้า แรงงานทั่วไป แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานธุรการ เป็นต้น

ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดี กกจ. กล่าวว่า ผู้สูงอายุหรือลูกหลานที่ต้องการหางานให้ผู้สูงวัยในบ้านทำ สามารถสมัครงานได้เอง ผ่านทางแอพพลิเคชั่นและเว็บไซท์ “ไทยมีงานทำ” โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 กกจ.ได้ลงพื้นที่พบสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ

ซึ่งที่ผ่านมา มีผู้สูงอายุได้รับการจ้างงานแล้ว 554 คน จากผู้ที่มาใช้บริการจัดหางาน 632 คน คิดเป็นมูลค่ารายได้รวมกว่า 53 ล้านบาทต่อปี ตำแหน่งงานที่ผู้สูงอายุได้รับการบรรจุงานมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ แรงงานทั่วไป แม่บ้าน พนักงานดูแลความปลอดภัย พนักงานธุรการ และพนักงานขับรถยนต์ ตามลำดับ

โดย กกจ. ได้ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุประกอบอาชีพอิสระ มีการให้ความรู้ด้านการประกอบอาชีพ การตลาดออนไลน์ การใช้เทคโนโลยี การทำบัญชี และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างรายได้และคุณค่าให้แก่ตนเองและ

ซึ่งปัจจุบันมีสถานประกอบการชั้นนำเช่น CJ More, Big C, Lotus, HomePro, McDonald’s และ Central ได้เปิดโอกาสในการจ้างงานผู้สูงอายุโดยเน้นงานเบา งานพาร์ทไทม์ และงานบริการที่ผู้สูงอายุสามารถทำได้

“ผู้สูงอายุที่สนใจสมัครงานสามารถค้นหาตำแหน่งงานได้ผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” ทางเว็บไซต์ ไทยมีงานทำ.doe.go.th หรือ แอพพ์ “ไทยมีงานทำ” ส่วนผู้ที่สนใจประกอบอาชีพอิสระสามารถใช้บริการผ่านแพลตฟอร์ม “คนทำงานอิสระ”

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job center)

หรือที่เว็บไซต์ ไทยมีงานทำ.doe.go.th หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน” นายสมชาย กล่าว

 

ที่มา : "รมว.แรงงาน" ห่วง "สูงวัย" ไร้งานทำ สั่งเตรียมกว่า 1,900 อัตรา รองรับ จ้างงาน

554
วันที่ 25 มีนาคม 2569