วิจัยมาแล้ว "กรุ๊ปเลือดนี้" เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารมากที่สุด รู้คำตอบแล้วอย่าตกใจ

วิจัยมาแล้ว "กรุ๊ปเลือดนี้" เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารมากที่สุด รู้คำตอบแล้วอย่าตกใจ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยมักกังวลเมื่อทราบข้อมูลว่าหมู่เลือดของตนเองอาจสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง โดยเฉพาะผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป A ที่มีกระแสข่าวว่าเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหารมากกว่ากลุ่มอื่น ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากการศึกษาประชากรจำนวนมากในหลายประเทศเริ่มเผยให้เห็นรูปแบบความเสี่ยงที่สอดคล้องกัน แม้จะยังไม่ถึงขั้นใช้เป็นเครื่องมือวินิจฉัยหลักในปัจจุบันก็ตาม
ทำความเข้าใจระบบหมู่เลือด ABO และแอนติเจน
ระบบหมู่เลือด A, B, O และ AB ถูกกำหนดโดย "แอนติเจน" (Antigen) บนพื้นผิวเม็ดเลือดแดง ซึ่งแอนติเจนเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่ในกระแสเลือด แต่ยังปรากฏอยู่บนพื้นผิวเซลล์ของอวัยวะต่างๆ และในของเหลวทั่วร่างกายด้วย นักวิจัยพบว่าแอนติเจนเหล่านี้อาจมีผลต่อการยึดเกาะระหว่างเซลล์และกลไกการจดจำของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการพัฒนาของเซลล์เนื้องอก
สถิติความเสี่ยงจากงานวิจัยระดับโลก
จากการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ตลอดหลายทศวรรษ พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจดังนี้:
-
กรุ๊ปเลือด A กับมะเร็งทางเดินอาหาร: งานวิจัยจาก Shanghai Cohort Study และผลวิเคราะห์อภิมานในวารสารระบาดวิทยาแห่งประเทศจีน ปี 2015 ระบุว่าผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป A มีความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่ากลุ่มอื่นประมาณ 20%
-
กรุ๊ปเลือด O กับความเสี่ยงที่ต่ำกว่า: ผลการศึกษาในหลายทวีปชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป O มักมีความเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งตับอ่อนต่ำกว่าหมู่เลือดอื่น
อย่างไรก็ตาม แพทย์เน้นย้ำว่านี่คือ "ความเสี่ยงสัมพัทธ์" ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น หากคนทั่วไปมีโอกาสเกิดโรค 1 ใน 1,000 คน ผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป A อาจเพิ่มโอกาสเป็น 1.2 ใน 1,000 คน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกคนในกลุ่มเลือดนั้นจะต้องเป็นโรค

3 เหตุผลทางชีววิทยาที่อาจส่งผลต่อความเสี่ยง
นักวิทยาศาสตร์เสนอทฤษฎีที่อาจอธิบายความเชื่อมโยงนี้ไว้ดังนี้:
-
การติดเชื้อ H. pylori: เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหารของคนกรุ๊ป A อาจมีโครงสร้างที่เชื้อแบคทีเรีย H. pylori (ตัวการหลักของมะเร็งกระเพาะอาหาร) เข้ามายึดเกาะได้ง่ายกว่า
-
การทำงานของภูมิคุ้มกัน: แอนติเจนบนหมู่เลือดอาจส่งผลต่อความสามารถของร่างกายในการตรวจจับและกำจัดเซลล์ผิดปกติ
-
ระดับการอักเสบ: หมู่เลือดที่ต่างกันอาจมีระดับสารบ่งชี้การอักเสบในร่างกายต่างกัน ซึ่งการอักเสบเรื้อรังเป็นปัจจัยกระตุ้นการเกิดมะเร็ง
คำแนะนำจากแพทย์: ปัจจัยอื่นสำคัญกว่ากรุ๊ปเลือด
กรุ๊ปเลือดเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิดและเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ปัจจัยที่ตัดสินความเสี่ยงมะเร็งที่แท้จริงและเราควบคุมได้คือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งมีความสำคัญมากกว่ากรุ๊ปเลือดหลายเท่า:
-
พฤติกรรมทำลายสุขภาพ: การสูบบุหรี่ (มีสารก่อมะเร็งกว่า 70 ชนิด) การดื่มแอลกอฮอล์ และโรคอ้วน
-
อาหารการกิน: การบริโภคเนื้อแดงหรืออาหารหมักดองมากเกินไป และการละเลยผักผลไม้สด
-
การติดเชื้อที่ป้องกันได้: เช่น ไวรัสตับอักเสบบี (มะเร็งตับ) หรือเชื้อ HPV (มะเร็งปากมดลูก) ซึ่งป้องกันได้ด้วยวัคซีน
-
ประวัติครอบครัว: ผู้ที่มีกรรมพันธุ์มะเร็งควรได้รับตรวจคัดกรองเร็วกว่าปกติ
หากคุณมีเลือดกรุ๊ป A ไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรหันมาใส่ใจไลฟ์สไตล์แทน เช่น หากอายุเกิน 40 ปี หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางเดินอาหาร ควรรับการตรวจส่องกล้องตามคำแนะนำของแพทย์ และรักษาสุขอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อต่างๆ อย่างเป็นระบบ
ที่มา : วิจัยมาแล้ว "กรุ๊ปเลือดนี้" เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารมากที่สุด รู้คำตอบแล้วอย่าตกใจ