เที่ยววัดวันหยุด - เยือน‘วัดศรีชุม’เมืองเก่าสุโขทัย ไหว้พระอจนะ-ตำนานพระพูดได้

“วัดศรีชุม” ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย หนึ่งในโบราณสถานสำคัญในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
คำว่า “ศรีชุม” มาจาก “สะหลีชุม” คำว่า สะหลี เป็นคำโบราณหมายถึง ต้นโพธิ์ ต่อมาได้เรียกขานเป็นศรี คำว่า “ศรีชุม” จึงหมายถึง ดงของต้นโพธิ์ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยปรากฏอยู่ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 กล่าวไว้ว่า “เบื้องตีนนอนเมืองสุโขทัยมีตลาดปสาน มี พระอจนะ มีปราสาท มีป่าหมากพร้าว ป่าหมากกลาง มีไร่ มีนา มีถิ่นถาน มีบ้านใหญ่บ้านเล็ก”

สันนิษฐานกันว่า พระอจนะ ที่กล่าวถึงคือ พระอจนะ พระพุทธรูปกลางแจ้งเก่าแก่ ที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชุมนี้เอง และเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่มีตำนานเล่าขานกันว่าเป็น “พระพูดได้”
ตามหลักฐานระบุว่า วัดศรีชุมนี้ ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าลิไท ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการดูแลบูรณะเรื่อยมา ก่อนจะถูกทิ้งร้างลงในสมัยอยุธยาตอนปลาย จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้มีโครงการบูรณปฏิสังขรณ์ นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ในช่วงปี พ.ศ. 2496-2499 เป็นการบูรณะครั้งสำคัญ โดยยึดรูปแบบ วิธีการ และวัสดุแบบโบราณ มีการซ่อมแซมพระอจนะใหม่ตามแบบอย่างพระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัย โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และอาจารย์เขียน ยิ้มสิริ

ปัจจุบันวัดศรีชุมหลงเหลือปูชนียสถานสำคัญอยู่เพียงหนึ่งเดียว คือ พระมณฑปรูปทรงสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 32 เมตร สูง 15 เมตร พระมณฑปที่คับแคบแบบนี้เรียกกันว่า ปฏิมาฆระ สร้างตามคติความเชื่อสมัยสุโขทัย ที่ไม่ได้ใช้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนา หากแต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการจำลองพระคันธกุฎี คือ กุฏิที่ประทับของพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาล ตัวมณฑปตั้งอยู่บนฐานสูง
ด้านหน้าเปิดเป็นช่องเห็นพระพักตร์พระพุทธรูปพระประธานที่องค์ใหญ่เต็มมณฑป นามว่า พระอจนะ

นามพระอจนะ หมายถึงคำในภาษาบาลีว่า อจละ แปลว่า ผู้ไม่หวั่นไหว มั่นคง หรือผู้ที่ควรแก่การเคารพกราบไหว้ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น แกนในก่ออิฐและศิลาแลง พุทธศิลปะสุโขทัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 11.30 เมตร สูง 15 เมตร ประทับนั่งปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ มีพุทธลักษณะงดงามมาก พระวรกายอวบอิ่ม พระพักตร์แฝงด้วยรอยยิ้มและความเมตตา
ในอดีตมีตำนานเล่าขานว่า พระอจนะ เป็นพระพูดได้ ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ความจริงคือ …
… ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกาศอิสรภาพในปี พ.ศ.2127 ที่เมืองแครง ทำให้หัวเมืองต่างๆ ยกเลิกการส่งส่วยให้กับพม่า แต่ยังมีเมืองเชลียง (สวรรคโลก) ที่ไม่ยอมทำตามพระราชโองการฯ พระองค์จึงนำทัพเสด็จมาปราบเมืองเชลียง และได้มีการมาชุมนุมทัพที่วัดศรีชุมแห่งนี้ ก่อนที่จะไปตีเมืองเชลียง ด้วยการรบในครั้งนั้นเป็นการรบระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกัน ทำให้เหล่าทหารไม่มีกำลังใจในการสู้รบ ไม่อยากรบ สมเด็จพระนเรศวรฯ จึงได้วางแผนสร้างกำลังใจโดยการให้ทหารคนหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปทางด้านหลังองค์พระ และพูดให้กำลังใจแก่เหล่าทหาร ทำให้ทหารเกิดกำลังใจฮึดที่จะต่อสู้ …

นับเป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของพระมหากษัตริย์ไทย ในการสร้างขวัญกำลังใจแก่เหล่าทหารหาญให้ฮึกเหิมก่อนจะออกรบ
นับจากนั้นเป็นต้นมา พระอจนะ วัดศรีชุมก็ได้รับการร่ำลือว่าเป็นพระพุทธรูปพูดได้สืบมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงประกอบพิธีศรีสัจจะปานะการ (พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา) ณ วัดแห่งนี้ด้วย
ความสำคัญอีกประการหนึ่งของวัดศรีชุม คือ ได้มีการค้นพบศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ 2 อันเป็นหลักฐานที่สำคัญยิ่งสำหรับการเข้าใจประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นหลักฐานเดียวที่กล่าวถึงสุโขทัยก่อนสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพ่อขุนรามคำแหงมหาราช จารึกนี้ว่าด้วยประวัติของพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฑามณี ต้นตระกูลคือ พ่อขุนศรีนาวนำถมเจ้าเมืองสุโขทัย มีลูกชายชื่อ พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราด ได้ธิดาเจ้าเมืองขอมชื่อ สุขรเทวี เป็นชายา พร้อมทั้งได้พระขรรค์ชัยศรีและบรรดาศักดิ์อย่างขอมเป็น ศรีบดินทราทิตย์ กมรเตงอัญผาเมือง

ต่อมาได้ร่วมกับพระสหายคือ พ่อขุนบางกลางหาว ยึดเอาเมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัยคืนจากขอมสบาดโขลญลำพง แล้วพ่อขุนผาเมืองก็ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวให้เป็นเจ้าเมืองสุโขทัย รู้จักกันต่อมาในชื่อว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ จึงเป็นต้นเค้าของประวัติศาสตร์สุโขทัยจากจารึกหลักที่ 2 นักวิชาการสมัยหลังเรียกการสืบเชื้อสายของคนสองกลุ่มนี้ว่า ราชวงศ์ผาเมืองและราชวงศ์พระร่วง
รอยอดีตอันยิ่งใหญ่ของวัดศรีชุม โบราณสถานสำคัญ และพระอจนะ พระพุทธรูปกลางแจ้งศิลปะสุโขทัยอันเก่าแก่และทรงคุณค่า ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยนี้
นับเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของมรดกโลกเมืองสุโขทัย ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ที่มา : เที่ยววัดวันหยุด - เยือน‘วัดศรีชุม’เมืองเก่าสุโขทัย ไหว้พระอจนะ-ตำนานพระพูดได้