แพทย์เตือน ผลไม้ 5 ชนิด กินเยอะไป อาจส่งผลเสียต่อกระดูก

แพทย์เตือน ผลไม้ 5 ชนิด กินเยอะไป อาจส่งผลเสียต่อกระดูก แนะให้จำกัดปริมาณให้พอเหมาะ พร้อมลิสต์รายชื่อผลไม้ ช่วยบำรุงกระดูก
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกไต้หวันออกมาแนะนำ “ผลไม้บำรุงกระดูก” พร้อมเตือน แม้ผลไม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ไม่ใช่ทุกชนิดที่เหมาะกับการรับประทานในปริมาณมาก โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง ซึ่งอาจเพิ่มภาระต่อกระดูกและข้อได้
จางเย่า-หยวน เปิดเผยว่า กีวี ถือเป็นผลไม้ที่แนะนำอย่างมาก เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเค ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนและส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียม ช่วยฟื้นฟูข้อต่อ เส้นเอ็น และกระดูกอ่อน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะข้อเสื่อม

นอกจากนี้ สับปะรด ยังมีเอนไซม์โบรมีเลนและแร่ธาตุแมงกานีสในปริมาณสูง ซึ่งช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกาย หรือผู้ที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวของข้อต่อ
สำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่มีความหนาแน่นของมวลกระดูกต่ำ มะม่วง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีหลายชนิด ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์กระดูกจากความเสียหายที่เกิดจากภาวะออกซิเดชัน และช่วยรักษากระบวนการเผาผลาญของกระดูก
ขณะที่ ลูกพีช อุดมไปด้วยโพแทสเซียมและโพลีฟีนอล ซึ่งช่วยปรับสมดุลแคลเซียมและโซเดียมในร่างกาย ลดความเสี่ยงการสูญเสียมวลกระดูก เหมาะสำหรับผู้หญิงวัยกลางคนและผู้ที่มีปัญหาสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย

ส่วน มะเขือเทศ นั้นมีทั้งไลโคปีนและวิตามินเค ซึ่งนอกจากจะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังเชื่อว่าช่วยรักษาความหนาแน่นของมวลกระดูก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีภาวะกระดูกพรุน หรือผู้ที่รับประทานผักและผลไม้น้อยในชีวิตประจำวัน
5 ผลไม้ช่วยบำรุงกระดูก
- กีวี
- มะม่วง
- สัปะรด
- ลูกพีช
- มะเขือเทศ
อย่างไรก็ตาม แพทย์ย้ำว่า แม้ผลไม้เหล่านี้จะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับกระดูกควรปรึกษาแพทย์และนักโภชนาการ เพื่อวางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง
นอกจากนี้ เขายังเตือนว่า ผลไม้บางชนิดแม้จะช่วยคลายร้อน แต่ก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไป ตัวอย่างเช่น แตงโม แม้จะมีน้ำมากและให้ความสดชื่น แต่มีคุณค่าทางโภชนาการโดยรวมค่อนข้างต่ำ และหากรับประทานมากเกินไป อาจส่งผลต่อการทำงานของไตในการควบคุมแคลเซียมในร่างกาย

ส่วน ลิ้นจี่ และ ลำไย จัดเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลและพลังงานสูง ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนจึงควรควบคุมปริมาณการบริโภค ขณะที่ ทุเรียน และ เมลอน นั้นมีทั้งน้ำตาลและไขมันสูง ซึ่งอาจกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ทำให้ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบหรือภาวะกระดูกพรุน
5 ผลไม้ ผู้ที่มีปัญหากระดูก ควรจำกัดปริมาณให้เหมาะสม
- แตงโม
- ลิ้นจี่
- ลำไย
- ทุเรียน
- เมลอน
ท้ายที่สุด จางเย่า-หยวน ระบุว่า การรับประทานผลไม้ไม่ใช่สิ่งต้องหลีกเลี่ยง แต่สิ่งสำคัญคือความสมดุลและความพอเหมาะ โดยแนะนำให้เลือกรับประทานผลไม้วันละ 1-2 ชนิด สลับกันไป และรับประทานร่วมกับมื้ออาหารหรือเป็นอาหารว่าง จะเหมาะสมที่สุด...
ที่มา : แพทย์เตือน ผลไม้ 5 ชนิด กินเยอะไป อาจส่งผลเสียต่อกระดูก