โพลชี้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' มาแรง 55.4% พึงพอใจสูง เกือบครึ่งชอบมากกว่า 'คนละครึ่ง'

  • ผลสำรวจบ้านสมเด็จโพลล์ชี้ว่า ประชาชนในกรุงเทพฯ 55.4% มีความพึงพอใจต่อโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ในระดับมาก

  • ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบครึ่ง ระบุว่าชื่นชอบโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" มากกว่าโครงการ "คนละครึ่ง" รูปแบบเดิม

  • โครงการนี้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนจ่ายสมทบ 40%

  • ผู้เข้าร่วมโครงการ 44.8% เปลี่ยนพฤติกรรมไปอุดหนุนร้านค้ารายย่อยและตลาดสดมากขึ้น

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจประชาชนในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” 60 /40 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อโครงการในระดับมากถึง 55.4% สะท้อนว่าโครงการได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน โดยมาตรการดังกล่าวนี้ถูกมองว่าช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ และสนับสนุนการใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อยและธุรกิจชุมชนในช่วงที่เศรษฐกิจและค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง

โพลคนกรุงชี้ ไทยช่วยไทยพลัสสอบผ่าน 55.4% พอใจโครงการ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,134 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 6 – 9 มิถุนายน 2569 โดยกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อ โครงการไทยช่วยไทยพลัสซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ประชาชนบางส่วน เวลาซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่ร่วมโครงการ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า 60% ในขณะที่ประชาชนจ่ายสมทบเอง 40% วงเงินสูงสุด 4,000 บาท ต่อคน สามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06:00 - 23:00 น. ของทุกวัน ใน 1 เดือนจะสามารถใช้ได้ 1,000 บาท รัฐจะช่วยจ่ายให้สูงสุดวันละ 200 บาท หากในเดือนนั้นใช้เงินไม่หมด ยอดเงินจะถูกตัดทันที ไม่มีการสะสมหรือทบไปให้ในเดือนถัดไป ผ่านระบบ G-Wallet บนแอปเป๋าตัง
 

 

สำหรับโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจร้านค้ารายเล็ก และผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่เข้ามาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในช่วงที่ค่าครองชีพสูง ทั้งยังช่วยร้านค้า ร้านอาหารและธุรกิจชุมชนให้มีเงินหมุนเวียนมากขึ้น โดยการสำรวจมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ความพึงพอใจของประชาชนต่อรูปแบบใหม่ของโครงการไทยช่วยไทยพลัส อันดับหนึ่งคือ มาก ร้อยละ 55.4 อันดับสองคือ ปานกลาง ร้อยละ 41.4 อันดับสามคือ น้อย ร้อยละ 3.2

เกือบครึ่งยกไทยช่วยไทยพลัสดีกว่าคนละครึ่ง เหตุรัฐช่วยจ่ายสูงถึง 60%

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ รู้สึกเมื่อเทียบโครงการไทยช่วยไทยพลัส กับโครงการ คนละครึ่ง (50/50)  อันดับหนึ่งคือ ชอบไทยช่วยไทยพลัสมากกว่า ร้อยละ 46.9 อันดับสองคือ รู้สึกไม่แตกต่างกันมากนัก ร้อยละ 37.3 อันดับสามคือ ชอบคนละครึ่งรูปแบบเดิมมากกว่า ร้อยละ 15.8

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ อันดับหนึ่งคือ มากที่สุด ร้อยละ 37.1 อันดับสองคือ ปานกลาง ร้อยละ 29.9 อันดับสามคือ มาก ร้อยละ 28.6 อันดับสี่คือ น้อย ร้อยละ 3 อันดับห้าคือ ไม่เลย ร้อยละ 1.4

 

บ้านสมเด็จโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจประชาชนในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” 60 /40

ที่มา : โพลชี้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' มาแรง 55.4% พึงพอใจสูง เกือบครึ่งชอบมากกว่า 'คนละครึ่ง'




82
วันที่ 17 มิถุนายน 2569