บอร์ดประกันสังคม เคาะ ‘ปรับเพดานเงินสมทบ’ แบบบันได 3 ขั้น เริ่มปี 2569-2575 สูงสุด 2.3 หมื่นบาท

บอร์ดประกันสังคม เคาะ “ปรับเพดานเงินสมทบ” แบบบันได 3 ขั้น เริ่มปี 2569-2575 จากเดิม 1.5 หมื่นบาท เป็นสูงสุด 2.3 หมื่นบาท
นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดประกันสังคมเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568
ปรับเพดานเงินสมทบเข้ากองทุนฯ แบบบันได 3 ขั้น ระหว่างปี 2569-2575
โดยกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบกฎกระทรวงการปรับปรุงเพดานค่าจ้าง ปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมเข้ากองทุนประกันสังคม เป็นแบบขั้นบันได 3 ขั้น จากเดิม 15,000 บาทเป็น ในปี 2569-2571 สูงสุด 17,500 บาท ,ปี 2572-2574 สูงสุด 20,000 บาท และตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป สูงสุด 23,000 บาท
หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ และมีผู้แสดงความคิดเห็นมากกว่า 2 แสนคน โดย 95% เห็นด้วย
จากนี้จะส่งกฎกระทรวงเข้าคณะกรรมการกฎหมายของกระทรวงแรงงาน ก่อนนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณาก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ต่อไป ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 4-5เดือนนี้ และจะเริ่มดำเนินการในปี 2569
เพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อผู้ประกันตน
ด้านนางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคม ได้ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ที่ไม่ได้อิงกับฐานเพดานค่าจ้างให้แก่ผู้ประกันตนตลอดมา เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ เช่น กรณีคลอดบุตรในปี 2538 ได้รับสิทธิประโยชน์ 4,000 บาทต่อครั้ง ปัจจุบันเป็น 15,000 บาทต่อครั้ง เงินสงเคราะห์บุตร ปี 2541 ได้รับ 150 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คนสูงสุด 2 คน ปัจจุบัน 800 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน สูงสุด 3 คน และกรณีเสียชีวิต เงินค่าทำศพ ในปี 2538 จ่ายเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท ปัจจุบัน 50,000 บาท เป็นต้น
ส่วนสิทธิประโยชน์ที่อิงกับฐานเพดานค่าจ้าง ทั้งเงินทดแทนการขาดรายได้ ,กรณีเจ็บป่วย , กรณีทุพพลภาพ, กรณีว่างงาน, เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร, เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต และเงินบำเหน็จ บำนาญชราภาพนั้น เมื่อไม่มีการปรับฐานเพดานค่าจ้าง ทำให้ผู้ที่มีค่าจ้างมากกว่า 15,000 บาท ถูกจำกัดสิทธิประโยชน์ไว้ และไม่สอดคล้องกับค่าจ้างจริงในปัจจุบัน จึงสมควรปรับปรุงฐานเพดานค่าจ้างให้เหมาะสม ให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ

สิทธิประโยชน์หลังปรับอัตราเงินสมทบ

