ไขข้อสงสัย ทำไม เดือนกุมภาพันธ์ ไม่ลงท้ายด้วยคำว่า ยน หรือ คม

ไขข้อสงสัย ทำไม เดือนกุมภาพันธ์ ไม่ลงท้ายด้วยคำว่า ยน หรือ คม

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมชื่อเดือน "กุมภาพันธ์" ถึงไม่ลงท้ายด้วยคำว่า "ยน" หรือ "คม" เหมือนเดือนอื่นๆ เช่น มกราคม เมษายน หรือ มิถุนายน ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียกชื่อเดือนที่คุ้นเคยกันในภาษาไทย

วันนี้เราก็เลยไปหาข้อมูลมาไขข้อสงสัยให้กับเพื่อนๆ กันว่า ทำไม ทำไมเดือน กุมภาพันธ์ ไม่ลงท้ายด้วยคำว่า ยน หรือ คม แบบเดือนอื่นๆ อะไรคือหลักการการตั้งชื่อของเดือนนี้

new-thumbnail1200x720
ทำไมเดือน กุมภาพันธ์ ไม่ลงท้ายด้วยคำว่า ยน หรือ คมทำไมเดือน กุมภาพันธ์ ไม่ลงท้ายด้วยคำว่า ยน หรือ คม

ไขข้อสงสัย ทำไมเดือน กุมภาพันธ์ ไม่ลงท้ายด้วยคำว่า ยน หรือ คม

เพราะ ปฏิทินสุริยคติไทย ใช้จำนวนเดือน 12 เดือน ตามปฏิทินเกรกอเรียน โดยกรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการใช้ตำราจักรราศี ซึ่งแสดงการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ในหนึ่งปีตามวิชาโหราศาสตร์ โดยทรงนำคำสองคำมาสมาสแบบสนธิกัน คำต้นเป็นชื่อราศีที่ปรากฏในช่วงเวลานั้น

ในการสมาสจะใช้คำว่า อาคม หรือ อายน ที่มีความหมายว่า การมาถึง โดย อาคม จะใช้สำหรับเดือนที่มี 31 วัน และ คำว่า อายน จะใช้สำหรับเดือนที่มี 30 วัน ยกเว้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่มี 28-29 วัน จะใช้คำว่า อาพันธ์ ที่แปลว่า การผูกหรือเกี่ยวข้องกัน นั่นเอง ซึ่งเป็นที่มาของการที่เดือน กุมภาพันธ์ ไม่ลงท้ายด้วยคำว่า ยน หรือ คม

การสมาสคำแบบสนธิของเดือนทั้ง 12 เดือน

  1. มกราคม = มกร + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมังกร
  2. กุมภาพันธ์ = กุมภ + อาพันธ์ แปลว่า การมาผูกกันของราศีกุมภ์
  3. มีนาคม = มีน + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมีน
  4. เมษายน = เมษ + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีเมษ
  5. พฤษภาคม = พฤษภ + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีพฤษภ
  6. มิถุนายน = มิถุน + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีเมถุน
  7. กรกฎาคม = กรกฎ + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีกรกฎ
  8. สิงหาคม = สิงห + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีสิงห์
  9. กันยายน = กันย + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีกันย์
  10. ตุลาคม = ตุล + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีตุล
  11. พฤศจิกายน = พฤศจิก + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีพิจิก
  12. ธันวาคม = ธนู + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีธนู

ที่มา: ไขข้อสงสัย ทำไม เดือนกุมภาพันธ์ ไม่ลงท้ายด้วยคำว่า ยน หรือ คม (sanook.com)

 

เพลงใหม่ เพลงแนะนำ เพลงฟังเพลินๆ

90
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568