"ความกล้า ศรัทธา ความหวัง" รวมบทกลอนเพื่อสร้างพลังแห่งการเรียนรู้ โดย ดร.รัตนา แซ่เล้า

ด้วยความที่เติบโตมาในครอบครัวที่อยู่ใกล้ชิด และเรียนรู้ในศาสนามาตั้งแต่เด็ก เลยทำให้ ดร.รัตนา แซ่เล้า ผู้ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ.2549 ได้มองเห็นว่าพระพุทธศาสนานั้นเป็นเสาหลักของการศึกษาไทยมาตั้งแต่อดีตกาล โดยมีพระสงฆ์เป็นผู้ให้การศึกษากับประชาชนให้อ่านออกเขียนได้ นอกจากนี้วัดยังเป็นผู้บริจาคที่ดินและปัจจัยอื่นๆ ในการสร้างโรงเรียน เพื่อพัฒนาคน พัฒนาชุมชน พัฒนาชาติ โดยในประเทศไทยมีพระเกจิอาจารย์มากมายที่สร้างตำนานพระพุทธศาสนากับการพัฒนาการศึกษา ทุกชุมชนของประเทศไทยเข้มแข็ง เพราะมีวัดเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเยาวชน และสังคม
ดร.รัตนา แซ่เล้า ผู้ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ.2549 กล่าวว่า "ได้รับรู้ถึงบทบาทของพระพุทธศาสนากับการพัฒนาชุมชนตั้งแต่เด็ก โดยมีพ่อ-แม่ (นายกวงเม้ง และนางปิติอร แซ่เล้า) เป็นพุทธศาสนิกชน ได้พาขึ้นเหนือล่องใต้เพื่อไปกราบนมัสการครูบาอาจารย์ทั่วประเทศ ทำให้ได้ซึมซับถึงความเสียสละที่พระเกจิอาจารย์หลากหลายท่านทำเพื่อชุมชนของตน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งนอกจากนี้วัดยังเป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างโรงเรียน และระดมทุนทรัพย์เพื่อให้ลูกหลานของตนมีทักษะการอ่านออกเขียนได้ มีทักษะอาชีพ มีงานทำ แลได้จัดงานบุญระดมผ้าป่าเพื่อเป็นทุนทรัพย์ให้โรงเรียนเรียนอย่างเท่าทัน และเข้าถึง การพัฒนาเชิงราบมุ่งเน้นให้ทุกชุมชนอยู่ได้ และอยู่รอด
ความสนใจในเรื่องพระพุทธศาสนากับการศึกษาได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง เมื่อได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ.2549 ไปศึกษาด้านรัฐศาสตร์ การศึกษาเปรียบเทียบ ที่ประเทศอังกฤษ และอเมริกา การเรียนเรื่องทฤษฎีการศึกษาเพื่อการสร้างชาติ การศึกษาเพื่อการมีงานทำ และการศึกษาเพื่อสันติภาพ ล้วนแล้วเป็นกระจกเงาให้เห็นถึงบทบาทของวัด พระสงฆ์ และชุมชนต่อการพัฒนาการศึกษาในประเทศไทยตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา
ตลอดระยะเวลาที่ได้เรียนรู้ทฤษฏีตะวันตกจากศาสตราจารย์ชื่อดังทั่วโลก และการได้มีโอกาสเรียนรู้ สนทนาธรรมกับพระคุณเจ้าหลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต พระธรรมทูต ที่ประจำอยู่วัดรัตนประทีป อะดิเลด ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันได้มรณภาพไปแล้ว ถึงเรื่องการพัฒนาเยาวชน โดยท่านได้สอนว่าการศึกษาแบบพุทธะไม่ใช่การเรียนรู้ให้เป็นนักทฤษฏี แต่เน้นให้คนคนนั้นรู้จริง เห็นจริง ทำจริง เป็นคนที่สมบูรณ์ด้วยการเป็นคนลงมือทำ
หลังจากที่ได้จบการศึกษาแล้ว ก็ได้มีโอกาสก่อตั้งกลุ่มยูไนท์ไทยแลนด์ เพื่อระดมทุนสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ผ่านพื้นที่วัด ที่ต้องการให้เยาวชนอ่านออกเขียนได้ มาสร้างกิจกรรมการศึกษาที่มีสาระ โดยได้ระดมทุนระดมแรงจากนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเพื่อลงพื้นที่ สร้างค่ายศิลปะ ค่ายผู้นำเยาวชน สอนเขียนเรียงความ วาดรูป พูดสุนทรพจน์
ซึ่งจากการทำกิจกรรมที่ผ่านมา ได้สร้างพลังบวกให้ทุกชุมชน โดยหลวงปู่บุญฤทธิ์ได้สอนไว้ว่า ความไร้เดียงสาของเด็กเหมือนดอกบัวบาน ยิ่งบาน ยิ่งมาก ยิ่งได้ดี จึงได้เกิดความคิดรวบรวมบทเรียนเหล่านี้มาจัดทำเป็นบทกลอนในหนังสือ "ความกล้า ศรัทธา ความหวัง" เพื่อเล่าเรื่องการเดินทางที่มีคุณค่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการได้รับอิทธิพลทางความคิดจาก หนังสือ คู่มือมนุษย์ ของท่านพ่อพุทธทาสภิกขุ หลวงปู่ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย หลวงปู่ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา ที่พัฒนาให้ชุมชนปกากะญออ่านออกเขียนได้ พระเดชพระคุณหลวงพ่ออุตตมะที่ทำให้ชุมชนไทย มอญ กระเหรี่ยงเรียนรู้และสามัคคี, หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ผู้สร้างความร่มเย็นแก่แผ่นดินอีสาน และหลวงพ่อลำใยปิยวัณโณ ที่ทำให้ชุมชนลาดหญ้าเป็นชุมชนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
