คู่เอกของรายการ “ทาเครุ เซกาวา” นักชกขวัญใจเจ้าถิ่น วัย 33 ปี ท้าชนเดือด “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต วัย 27 ปี ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต ซูเปอร์ไฟต์ 5 ยก ปรากฏว่าเกมจบลงไวเกินคาด เมื่อ “รถถัง” เอาชนะทีเคโอด้วยการปล่อยหมัดฮุกซ้ายสุดคมส่ง “ทาเครุ” ร่วงนั่งมึนลุกไม่ไหว โดยใช้เวลาไป 1:20 นาทีของยกแรกเท่านั้น ทำเอาแฟนเจ้าบ้านอึ้งไปตาม ๆ กัน พร้อมรับโบนัส 5 หมื่นดอลลาร์ (ราว 1.7 ล้านบาท) กลับบ้านสมใจ
คู่รองของรายการเป็นศึกชิงเข็มขัด ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล ระหว่าง "ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย" ราชัน ONE มวยไทย รุ่นนี้ ปะทะ "มาซาอากิ โนอิริ" นักชกเจ้าถิ่นดีกรีแชมป์ โดย 2 ยกแรก "ต่างฝ่ายต่างตอบโต้กันไม่มียอม แต่ "มาซาอากิ" มางัดทีเด็ดในยก 3 ปล่อยหมัดส่งราชันมวยไทย หล่นไปโดนนับ 8 ก่อนจะไล่ถลุงอาวุธเป็นชุดปิดเกมไว ได้ขึ้นแท่นแชมป์โลกเฉพาะกาล พร้อมกระชากโบนัส 5 หมื่นดอลลาร์ และคว้าตั๋วสู่ไฟต์ชิงบัลลังก์กับ "ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์" แชมป์โลกคนปัจจุบันในไฟต์ต่อไป
![]()
ส่วน “โจนาธาน ดิ เบลลา” นักสู้ฝีมือดี วัย 28 ปี ตัวแทนอิตาลี-แคนาดา วัดฝีมือ “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” จอมแข้งรุ่นใหญ่ วัย 41 ปี โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล เป็นเดิมพัน ผลปรากฏว่า “ดิ เบลลา” อาศัยความสดและความว่องไวเดินบดขยี้ “สามเอ” ได้ชัดเจนกว่า ครบ 5 ยก “ดิ เบลลา” ชนะคะแนนเอกฉันท์ คว้าสิทธิ์เปิดศึกรีแมตช์รวบเข็มขัดกับเจ้าของคนปัจุบัน “พระจันทร์ฉาย พีเค.แสนชัย” ต่อไป
ด้าน “เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวต วัย 23 ปี ขึ้นทำหน้าที่ป้องกันบัลลังก์ครั้งแรกจาก “คานะ โมริโมโตะ” ผู้ท้าชิงสาวดีกรีแชมป์คิกบ็อกซิ่ง วัย 32 ปี โดยทั้งคู่ยืนซัดกันมันหยดกับผู้ท้าชิงตลอด 5 ยก โดยสุดท้าย “เพชรจีจ้า” เป็นฝ่ายแจกอาวุธได้จะแจ้งกว่า จึงเอาชนะด้วยคะแนนเอกฉันท์ รั้งเข็มขัดกลับไทยได้สำเร็จ
ต่อด้วยคู่รีแมตช์ที่หลายคนรอคอย "ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9" ปะทะ "นาบิล อานาน" ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 3 ยก แม้จะไม่ได้มีเข็มขัดเป็นเดิมพัน แต่เกมก็เดือดมันขั้นสุด โดย "นาบิล" โชว์เซอร์ไพรส์อัดหมัดใส่ "ซุปเปอร์เล็ก" หล่นลงไปโดนนับ 8 ตั้งแต่ยกแรก ก่อนจะเป็นฝ่ายเสิร์ฟอาวุธชุดใหญ่ ทำเอา “ซุปเปอร์เล็ก” เข้าไม่ติด สุดท้ายจึงได้รับการชูมือด้วยคะแนนเอกฉันท์ล้างแค้นได้สำเร็จ
ขณะที่ตัวแทนจากไทยอีก 3 รายที่เหลือทำผลงานไม่เข้าเป้า โดยตกเป็นฝ่ายพ่ายให้กับนักชกเจ้าบ้านทั้งหมด ได้แก่ “รักษ์ เอราวัณ” แพ้น็อก “นาดากะ โยชินาริ” ในยก 3, “ยอดเหล็กเพชร อ.อัจฉริยะ” แพ้คะแนนเอกฉันท์ “ชิมอน” และ “สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง” แพ้คะแนนเอกฉันท์ “ริวเซอิ คุมางาอิ”
โดยสรุปในศึกนี้มีนักสู้ฝีมือดี 4 คน ที่โชว์ฟอร์มได้ใจ บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” คว้าเงินโบนัสคนละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.7 ล้านบาท) ได้แก่ “อาเดรียน ลี”, “ยูยะ วากามัตสึ”, “มาซาอากิ โนอิริ” และ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” รวมยอดทั้งสิ้นกว่า 6.7 ล้านบาท (หกล้านเจ็ดแสนบาท) ในอีเวนต์เดียว