แชร์ไอเท็มลับ ป้องกันท้องแตกลายได้อยู่หมัดฉบับแม่ตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย หน้าท้องที่ขยายออกจนถึงอายุครรภ์เดือนที่ 9 และตามมาด้วยความกังวลใจเรื่องของ “ท้องแตกลาย”
เรามักจะคิดว่าปัญหาท้องแตกลายเกิดขึ้นช่วงเดือนที่ 5 – 7 ซึ่งเป็นช่วงเราเห็น และท้องขยายเต็มที่ แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วรอยแตกเริ่มเกิดตั้งแต่ช่วงเดือนที่ 3 – 4 แล้ว แต่เกิดขึ้นใต้ชั้นผิว ทำให้คุณแม่ไม่ทันได้สังเกตเห็น จะมารู้ตัวก็ตอนที่เห็นท้องแตกลายด้วยตาเปล่าแล้ว ซึ่งมันก็อาจจะสายไปสำหรับการป้องกันด้วยการทาโลชั่นไปเสียแล้ว
ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพาคุณแม่มารู้จักเกี่ยวกับท้องแตกลายมากขึ้น พร้อมวิธีป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยไอเทมและวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก มาดูพร้อมกันเลยค่ะ
สาเหตุที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดรอยแตกลาย
ท้องแตกลายเป็นผลมาจากการที่ขนาดครรภ์ที่ขยายใหญ่ขึ้น ผิวหนังและเนื้อเยื่อขยายออกอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น บางคนผิวมีความแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่น จึงทำให้ชั้นผิวเกิดการฉีกขาด เส้นใยโปรตีนอีลาสติน และคอลลาเจนบริเวณผิวหนังชั้นในมีการยืดออก ส่งผลให้โครงสร้างคอลลาเจนถูกทำลาย และทำงานผิดปกติ
อีกสาเหตุ คือ เมื่อน้ำหนักของคุณแม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังขยายตัวตามไม่ทัน จนเกิดปัญหาท้องแตกลายได้ทั้งบริเวณหน้าท้อง สะโพก ต้นขา และหน้าอก
สังเกตลักษณะรอยแตกลายตามระยะต่าง ๆ
ก่อนจะเริ่มมีรอยแตกลาย บนหน้าท้องจะเริ่มมีรอยสีจาง ๆ ก่อน จากนั้นสีของรอยก็จะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ มีลักษณะเป็นริ้ว ๆ บางคนก็เป็นสีแดง บางคนก็เป็นสีแดงม่วง ต่อไปก็จะกลายเป็นรอยสีขาว ผิวหนังก็จะแตกเป็นร่อง และไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม
นอกจากนี้ เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์จนทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองจนเกิดความคันและเกา ยิ่งทำให้ท้องแตกลายได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้น ควรรีบดูแลบำรุง ก่อนจะกลายเป็นรอยแตกลายเก่าที่รักษาได้ยาก จนต้องรักษาด้วยการทำเลเซอร์เท่านั้น
วิธีป้องกันรอยแตกลายตั้งแต่เนิ่น ๆ
ความจริงแล้ว วิธีการรักษารอยแตกลายที่ได้ผลดีก็คือการทำเลเซอร์ ซึ่งมีข้อเสียคือค่าใช้จ่ายสูง หรือแม้แต่การทำเมโสบำบัด แต่ก็มีข้อจำกัดว่าไม่สามารถทำได้ขณะตั้งครรภ์ ต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเหมาะสม และทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะฉะนั้น แทนที่จะไปเสียเวลาหรือเสียเงินในการรักษาท้องแตกลายในภายหลัง เราควรมาเริ่มต้นป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เสียดีกว่า ซึ่งเราได้มีวิธีนำมาฝากคุณแม่ ดังนี้ค่ะ
- ดื่มน้ำมาก ๆ รักษาความชุ่มชื้นให้ผิว
น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย การดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ ประมาณ 8 – 10 แก้ว จะช่วยให้ผิวของคุณชุ่มชื้น และช่วยป้องกันท้องแตกลายได้ในระดับหนึ่งเลย
นอกจากวิตามินอีจะช่วยลดรอยแตกลายได้แล้ว ยังช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ พร้อมทั้งป้องกันภาวะแท้ง และครรภ์เป็นพิษ ได้อีกด้วย แต่ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากจนเกินไป ควรได้รับปริมาณวันละ 10 – 15 มิลลิกรัม ก็เพียงพอแล้ว ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ซื้อมากินเอง ต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์เท่านั้น
การสครับผิวสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไปได้ โดยสครับสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยสามารถใช้ผลิตภัณฑ์สครับผิวหน้ามาใช้กับหน้าท้องได้ นอกจากนี้ หากทำร่วมกับการใช้โลชั่นบำรุงผิว ก็จะช่วยให้สามารถป้องกันท้องแตกลายได้อย่างเห็นผลมากขึ้น
- บำรุงด้วยโลชั่นป้องกันรอยแตกลาย
ใช้ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวกายที่มีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากรอยแตกลาย โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโกโก้บัตเตอร์ ซึ่งเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มอบและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้กับผิวได้มากกว่าและยาวนานกว่า เสริมด้วยส่วนผสมของคอลลาเจน อีลาสติน เพื่อเสริมโครงสร้างผิว เพิ่มความยืดหยุ่นเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องผิวได้ดีมากขึ้น
การป้องกันผิวไม่ให้ท้องแตกลายจะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ตั้งแต่ช่วงเดือนที่ 2 – 3 หรือเมื่อรู้ว่าเริ่มตั้งครรภ์ และที่สำคัญ ควรนวดผลิตภัณฑ์บริเวณหน้าท้องและร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการขยายตัวของผิวในช่วงของการตั้งครรภ์
และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ควรเลือกที่มีความปลอดภัย สำหรับส่วนผสมบางอย่างที่คุณแม่ต้องระวัง มีดังนี้
- วิตามินเอ อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อลูกน้อยในครรภ์ ถึงขั้นเสี่ยงแท้งหรือพิการแต่กำเนิด
- พทาเลท จะส่งผลให้เกิดอาการตกเลือดในปอด ตับโต เป็นพิษต่อเซลล์ในร่างกาย ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ และทารกในครรภ์ มีรูปร่างผิดปกติ
- พาราเบน ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ถึงขั้นเสี่ยงแท้งหรือพิการแต่กำเนิด ไปจนถึงลูกอาจมีพัฒนาการผิดปกติได้ด้วย
แหล่งข้อมูล:แชร์ไอเท็มลับ ป้องกันท้องแตกลายได้อยู่หมัดฉบับแม่ตั้งครรภ์