กราบหลวงพ่อโอภาสี วัดหลวงพ่อโอภาสี ขอพรค้าขาย ถวายน้ำมันก๊าด
![]()
วัดหลวงพ่อโอภาสี ตั้งวัดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2536 โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2485 พื้นที่ย่านบางมดแห่งนี้เป็นพื้นที่สวนส้ม หลวงพ่อโอภาสีได้เดินธุดงค์มาปักกลด ด้วยปฏิปทาอันน่าศรัทธาเลื่อมใส ชาวบ้านจึงพากันไปกราบไหว้เป็นประจำ จนเศรษฐีเจ้าของที่ดินได้ยกที่ดินให้สร้างเป็น อาศรมบางมด และได้นิมนต์ให้ท่านอยู่เป็นการถาวร ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นชื่อ “วัดหลวงพ่อโอภาสี” ตามนามของหลวงพ่อโอภาสี (พระมหาชวน มลิพันธ์) ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์รูปหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านอิทธิอภินิหาร เชื่อกันว่าท่านเป็นพระที่สามารถรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าและทำนายทายทักได้ถูกต้อง ท่านยังถือลัทธิบูชาเพลิง เพ่งกสิณไฟ จนมีคหบดี เจ้าสัวจากย่านเยาวราช สำเพ็ง บางลำพู ฯลฯ แม้แต่เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เช่น จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ไปกราบไหว้ท่าน พร้อมทั้งร่วมทำบุญสร้างวัดกับท่านเป็นประจำ

ประวัติหลวงพ่อโอภาสี
หลวงพ่อโอภาสี ท่านเป็นชาวอำเภอปากพนังเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวัยเด็กชื่อ ชวน มลิพันธ์ พอเติบโตขึ้นมาได้เรียนหนังสือจบ ม.ศ. 6 หรือมัธยม 6 แล้วก็บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดโพธิ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะที่เป็นสามเณรได้ศึกษาวิชาบาลีสันสกฤตและฝึกฝนด้านสมาธิกรรมฐานแล้วก็เข้ามาศึกษาพระธรรมต่อในเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร จนจบ ธป.7 ประโยค จึงเรียกท่านว่ามหาชวนหรือพระมหาชวนเมื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์
พระมหาชวน ออกจากวัดบวรนิเวศ บางลำพู กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2482 เพื่อธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมกรรมฐานในภาคกลางแล้วก็ธุดงค์มาปักกรดย่านบางมดในปี พ.ศ. 2484 ชาวบ้านชาวสวนละแวกนั้นได้นำภัตตาหารมาถวายแล้วให้ท่านทำนายทายทักปรากฎว่าท่านรู้เรื่องราวล่วงหน้าได้แม่นยำ ทำให้เกิดศรัทธาเลื่อมใสเป็นที่เลื่องลือ เศรษฐีท่านหนึ่งจึงได้ถวายที่ดินแล้วร่วมกันกับชาวสวนย่านบางมดจัดสร้างเป็นอาศรมเพื่อปฏิบัติธรรมจนกระทั่งถึงวันละสังขารในวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2498 สิริอายุ 60 ปี ต่อมาก็จัดสร้างเป็นวัดเรียกชื่อว่า “วัดหลวงพ่อโอภาสี”





