เปิดใช้แล้วสะพานเชื่อมผืนป่าแห่งที่2ของไทย รอยต่อเขาอ่างฤๅไน-ชะเมา-เขาวงรถไม่ชนสัตว์ป่า

เปิดใช้แล้วสะพานเชื่อมผืนป่าแห่งที่ 2 ของประเทศไทย สร้างบนทางหลวงชนบทสาย รย.4060 รอยต่อเขาอ่างฤๅไน-ชะเมา-เขาวง รถไม่ชนสัตว์ป่า แถมจุดชมวิวว้าวว้าวพี่ช้างเดินลอด
“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ขณะนี้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้เปิดให้ประชาชนใช้สะพาน 2 แห่งบนทางหลวงชนบทสาย รย.4060 เพื่อเชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน และอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวง ซึ่งเป็นโครงการทางเชื่อมผืนป่าแห่งที่ 2 ของประเทศไทย อย่างไม่เป็นทางการแล้ว ตามแผนงานล่าสุดที่จะเปิดบริการในเดือน มิ.ย. 2568 กำลังเร่งเก็บรายละเอียดงานก่อสร้างสะพานที่เหลือ เช่น ทาสีตีเส้น ระบบระบายน้ำ อุปกรณ์ความปลอดภัย รวมทั้งปรับพื้นที่ใต้สะพานให้เป็นสีเขียว
โครงการมีกลุ่มกิจการร่วมค้ายูเอ็นเอ เป็นผู้รับจ้างวงเงิน 587.516 ล้านบาท ภาพรวมการก่อสร้างสิ้นเดือน พ.ค. 2568 ได้ผลงาน 98.95% จากแผนงาน 98.69% เร็วกว่าแผน 0.26% จะเก็บรายละเอียดงานให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือน มิ.ย. นี้
สะพานแห่งแรกความยาว 630 เมตร อยู่บริเวณกม.4+525 ถึง กม.5+155 อ.เขาชะเมา จ. ระยอง สะพานตัวที่ 2 ความยาว 420 เมตร บริเวณกม.9+517.25 ถึงกม.9+937.25 อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ทั้ง 2 สะพานความกว้างเท่ากัน 11 เมตร ขนาด 2 ช่องทางไปกลับ เชื่อมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวง จากเดิมมีถนนคั่นกลางรื้อถนนเดิมบางส่วนออกสร้างเป็นสะพานให้รถยนต์สัญจร และให้สัตว์ป่า เช่น ช้าง เดินลอดใต้สะพาน เพื่อความสะดวกปลอดภัย ไม่ให้รถชนช้าง เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพรรณพืช ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถบนสะพานยาวด้านละ 30 เมตร ทั้งสองด้านเพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้ชมวิวและส่องสัตว์ป่า เป็นจุดเช็กอินและแลนด์มาร์คแห่งใหม่ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวด้วย การก่อสร้างทั้ง 2 สะพานผสมผสานระหว่างโครงสร้างเหล็กและคอนกรีต ส่วนบนของสะพานเป็นโครงสร้างเหล็กป้องกันการกัดกร่อน โครงสร้างส่วนล่างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ประกอบด้วย 3 นวัตกรรมใหม่
1.ใช้เหล็กกล้าคาร์บอนที่ปรับปรุงส่วนผสมทางเคมี เพิ่มความต้านทานต่อการถูกกัดกร่อน ช่วยยืดอายุใช้งานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
2.คอนกรีตสมรรถนะสูงที่พัฒนาส่วนผสมจนมีคุณลักษณะพิเศษรับน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. แผ่นพื้นสำเร็จรูปชนิดเต็มความลึกช่วยลดขั้นตอนทำงาน ก่อสร้างรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย ควบคุมคุณภาพได้เป็นอย่างดี รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงจากการร่วงหล่นของเศษวัสดุช่วยอำนวยความปลอดภัยในการทำงาน

สำหรับทางเชื่อมผืนป่าแห่งแรกมีรูปแบบทั้งอุโมงค์และสะพานของกรมทางหลวง (ทล.) ก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 304 (ทล.304ช่วงกบินทร์บุรี-ปักธงชัย) เชื่อมผืนป่าเขาใหญ่-ทับลาน เปิดบริการเมื่อปี 2562
ที่มา : เปิดใช้แล้วสะพานเชื่อมผืนป่าแห่งที่2ของไทย รอยต่อเขาอ่างฤๅไน-ชะเมา-เขาวงรถไม่ชนสัตว์ป่า | เดลินิวส์