คลัง ชงบอร์ดอีวี แก้วิกฤต”เนต้า” เสนอใช้ตัวช่วย อีวี 3.5 ต่อลมหายใจผลิตได้ถึงปี 70

คลัง เดินหน้าชงบอร์ดอีวี แก้ปัญหารถยนต์ไฟฟ้าเนต้า เสนอเข้ามาตรการอีวี 3.5 ต่อลมหายใจ ยืดเวลาผลิตชดเชยไปถึงปี 70 แต่ต้องผลิตเพิ่ม 2-3 เท่า และไม่ได้เงินชดเชย หวังประคองอุตสาหกรรมยายยนต์ไฟฟ้า ด้านตัวแทนดีลเลอร์ ลุยถกสรรพสามิต พรุ่งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีประชาชนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อดัง เนต้า จากจีนได้ร้องเรียนถึงปัญหาการใช้บริการหลายรูปแบบ อีกทั้งภาครัฐยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของบริษัท ซึ่งอาจไม่สามารถก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศ ได้ตามมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี 3.0)นั้น
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยว่า เรื่องนี้กรมสรรพสามิตได้มีการกำกับดูแลติดตามอยู่แล้ว เพื่อให้ค่ายรถที่เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า ปฏิบัติตามเงื่อนไข แต่หากบริษัทใดไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการผลิตรถชดเชย จะต้องคืนเงินอุดหนุนที่ได้รับไปให้กับรัฐ และต้องดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ปฏิบัติกับทุกค่ายรถยนต์เท่าเทียมกัน
“การได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล จะต้องตามมาด้วยเงื่อนไขการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ภายในประเทศทดแทนการนำเข้า หากไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขจะต้องคืนเงินที่ได้รับอุดหนุนดังกล่าวด้วย”
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า สำหรับแนวทางการแก้ปัญหา บริษัท เนต้าออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายเนต้า ที่มีปัญหาการขาดสภาพคล่องจากบริษัทแม่ที่จีน และมีแนวโน้มไม่สามารถตั้งโรงงานรถยนต์ผลิตรถชดเชยในไทยได้ตามเงื่อนไขอีวี 3.0นั้น เรื่องนี้กระทรวงการคลังได้รับทราบแล้ว โดยกรมสรรพสามิตได้ติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้หารือดูแผนการผลิต และเบื้องต้นจะรายงานสถานการณ์ รวมถึงแนวทางการแก้ไขให้คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด อีวี) พิจารณาหาทางออกในเรื่องนี้
ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าอาจขอให้ เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) ได้ใช้สิทธิเข้าร่วมมาตรการอีวี 3.5 เพื่อขยายเวลาชดเชยการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกไป ช่วนฃยต่อลมหายใจให้กับดีลเลอร์ ซัพพลายเชนผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน เพราะทางเนต้าแจ้งว่าขณะนี้ได้ผู้ลงทุนรายใหม่แล้ว และเตรียมประกาศโครงสร้างบริษัทใหม่ในช่วงกลางเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้ปัญหาการขาดสภาพคล่อง รวมถึงการขาดแคลนอะไหล่ดังกล่าวคลี่คลาย
ปัจจุบัน เนต้า มีเงื่อนไขต้องผลิตชดเชยรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ตามมาตรการอีวี 3.0 ให้ได้ 1.5 เท่าของยอดรถที่เข้าร่วมมาตรการ ในสิ้นปี 68 คิดเป็นจำนวน 19,000 คัน แต่หากมีการเข้าร่วมมาตรการอีวี 3.5 แล้ว จะได้รับการขยายเวลาผลิตรถเพิ่มไปถึงปลายปี 70 แต่ก็ต้องมียอดผลิตรถชดเชยเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่า พร้อมกับต้องยอมรับเงื่อนไขว่า จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจนกว่าจะผลิตได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ยังคงได้รับสิทธิลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% อยู่
“ทางเลือกนี้จะช่วยประคับประคองอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าออกไปก่อน เพราะหากมีบริษัทใดบริษัทหนึ่งปิดกิจการตอนนี้ จะไม่ส่งผลดี และทำลายภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นต่อรถยนต์ไฟฟ้า เพราะมาตรการอีวีที่รัฐบาลออกมา ซึ่งมีการจ่ายเงินอุดหนุนและลดภาษีให้ไปนั้น มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยให้ผู้ประกอบการนำเงินไปลงทุนสร้างโรงงานแบตเตอรี่, โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และจ้างงานในไทย เป็นสำคัญ”
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ช่วงบ่าย กลุ่มดีลเลอร์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเนต้า จะเดินทางไปกรมสรรพาสามิต เพื่อหารือและขอแนวทางดูแลจากปัญหาดังกล่าว
ที่มา : คลัง ชงบอร์ดอีวี แก้วิกฤต"เนต้า" เสนอใช้ตัวช่วย อีวี 3.5 ต่อลมหายใจผลิตได้ถึงปี 70 | เดลินิวส์