“ชาบูชิ” รีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ ดึง “สกาย-นานิ” ขยายฐาน Gen Z กำลังซื้อสูง

“ชาบูชิ” ย้ำไม่เล่นสงครามราคา-เน้นชูกลยุทธ์การตลาดเชิงสร้างสรรค์ ด้วยการรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ ส่งแคมเปญ “All you can กรี๊ด” ดึงนักแสดงดาวรุ่ง “สกาย-นานิ” เป็นพรีเซนเตอร์ หวังเจาะกลุ่ม Gen Z กำลังซื้อสูง คาดดันยอดขายโตระดับดับเบิลดิจิต
นางสาวศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทฯ จึงมีแผนที่จะรีเฟรชแบรนด์ชาบูชิครั้งใหญ่ ด้วยการส่งแคมเปญ ‘All you can กรี๊ด’ ที่จะมาเป็นส่วนในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับกลุ่มผู้บริโภค
โดยเบื้องต้นได้มีการดึง “สกาย-นานิ” สองนักแสดงชื่อดัง นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อสูง และมีสีสันมากที่สุดในตลาด
“ซึ่งการทำการตลาดกับกลุ่มนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะมักจะเป็นกลุ่มที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ ดังนั้นแบรนด์จึงไม่เพียงแค่เน้นการทำแคมเปญต่อเนื่อง แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเข้าไปนั่งอยู่ในใจผู้บริโภคด้วยเช่นกัน”
ชูแพลตฟอร์มคนรุ่นใหม่
โดยสำหรับการรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้ ชาบูชิจะไม่เป็นแค่ร้านอาหารหรือร้านชาบู แต่จะเป็นแพลตฟอร์มใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่เวลาเข้ามาทานอาหารในร้านแล้วจะสามารถครีเอท Social Bonding ได้ รวมถึงจะมีการยกระดับคุณภาพของวัตถุดิบที่หมุนเวียนบนสายพาน พัฒนาเมนูซูชิใหม่ทั้งหมด รวมถึงจะสร้างสรรค์ ‘Great Moment’ หรือช่วงเวลาพิเศษที่มอบประสบการณ์ให้กับลูกค้า
ขณะที่แผนการทำการตลาดเบื้องต้นจะมีการโปรโมทในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะทั้งสื่อนอกบ้าน สื่อดิจิทัล เพื่อปลุกกระแสและดึงดูดทั้งลูกค้าปัจจุบันและกลุ่มเป้าหมายใหม่ จากปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักของชาบูชิจะยังคงเป็นกลุ่มคนอายุ 20-40 ปีขึ้นไป
“เราอยากให้ชาบูชิเป็นที่ที่ลูกค้ามาสร้าง Social Bonding ไม่ใช่ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากิน เราเน้นความคุ้มค่า ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่รวมถึงคุณภาพที่ดี วาไรตี้ที่หลากหลาย และบริการที่เป็นเลิศ ซึ่งทั้งหมดนี้คือที่มาของแคมเปญ ‘All you can กรี๊ด’“
อย่างไรก็ตาม คาดหวังแคมเปญนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโต จากปัจจุบันชาบูชิมีสัดส่วนรายได้ถึง 80% ของกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ภายใต้บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด ที่ประกอบด้วยธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส

ย้ำไม่ลงแข่งสงครามราคา
ด้านนายไพศาล อ่าวสถาพร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า สำหรับแผนการขยายสาขา ในปี 2568 เบื้องต้นจะเน้นการเลือกทำเลที่เหมาะสม และตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันได้มีการเปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 15-16 สาขาซึ่งจะกระจายในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 10 สาขาในปี 2569 จากปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั้งหมด 183 สาขา (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2568) รวมถึงยังมีแผนรีโนเวทสาขาให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มจากสาขาซีคอนสแควร์เป็นแห่งแรก
นอดจากนี้ ในด้านของราคาที่ปัจจุบันมีการแข่งขันกันอยู่ ก็ยังคงยืนยันว่าจะไม่ลงไปเล่นสงครามราคา แต่จะเน้นการทำการตลาดเชิงสร้างสรรค์และมอบความคุ้มค่าที่มากขึ้นให้กับลูกค้ามากกว่า รวมถึงจากการรีเฟรชแบรนด์ที่จะมีการยกระดับเมนูขึ้น ก็ยังคงยืนยันว่าชาบูชิจะไม่ปรับขึ้นราคา แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นก็ตาม โดยจะยังคงราคาเดิมไว้ที่ 399, 499, และ 599 บาท (ไม่รวม Vat)
ขณะที่งบการตลาด เบื้องต้นไม่ได้มีการกำหนดตัวเลขตายตัว แต่ก็จะเน้นการดำเนินการเมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่เหมาะสม ส่วนแผนการปิดสาขาในปีนี้ก็อาจจะมีเห็นบ้างในส่วนของชาบูชิ แต่สาเหตุหลักๆ ในการปิดสาขาก็จะมาจากกรณีที่หมดสัญญาเช่า หรือห้างสรรพสินค้าปิดตัวลง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาดร้านอาสหรมูลค่า 700,000 ล้านบาท ที่อาจจะมีการชะลอตัวลงจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ แต่ก็ยังมองว่าตลาดจะยังคงเติบโต แต่อาจจะเติบโตในตัวเลขที่น้อยลง ซึ่งจากแผนการรีเฟรชแบรนด์ใหม่ในครั้งนี้ ก็คาดว่าจะช่วยเพิ่มทราฟฟิกและยอดขายให้เติบโตในระดับ Double-digit จากปกติจะมีความถี่ในการกลับมาใช้บริการอยู่ที่ 2-3 ครั้งต่อเดือน

ที่มา : “ชาบูชิ” รีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ ดึง “สกาย-นานิ” ขยายฐาน Gen Z กำลังซื้อสูง