1. วัดธรรมิกราช
วัดหลวงเก่าแก่ที่สร้างขึ้นก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ตั้งอยู่ในตัวเกาะเมือง ติดกับพระราชวังโบราณทางด้านทิศตะวันออก เป็นวัดสงฆ์มหานิกาย มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ สถานที่ประดิษฐานพระนอนหรือพระพุทธไสยาสน์ที่มีชื่อว่า พระพุทธรรมิกราชมหาลาภอุดม ตามประวัติกล่าวว่า สร้างโดยพระมเหสีในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เนื่องจากทรงตั้งจิตอธิษฐานว่าหากพระราชธิดาทรงหายจากอาการประชวร จะสร้างวิหารพระพุทธไสยาสน์ถวาย โดยองค์พระพุทธไสยาสน์เป็นแบบก่ออิฐถือปูน มีความยาวประมาณ 12 เมตร หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ ฝ่าพระบาทปิดทองประดับกระจก กลางฝ่าพระบาททำตามคติมหาปุริสลักษณะ โดยทำเป็นรูปจักรปูนปั้นนูนออกมาจากฝ่าพระบาทตามความงามของคติช่าง ผู้คนนิยมนำน้ำพระพุทธมนต์ในพระวิหารกลับบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องจากเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถนำไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งยังช่วยให้พ้นเคราะห์และโชคดี
2. วัดโลกยสุธาราม
วัดเก่าแก่ที่มักเรียกกันว่า วัดพระนอน สร้างขึ้นในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ตั้งอยู่ในเกาะเมือง ติดกับวัดวรเชษฐารามทางด้านทิศใต้ ถัดจากเจดีย์ศรีสุริโยทัยเข้าไปทางด้านหลังประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ทรงเครื่ององค์ใหญ่อยู่กลางแจ้ง ความสูง 8 เมตร ความยาวประมาณ 42 เมตร ก่ออิฐถือปูน ที่พระเศียรมีดอกบัวรองรับ พระบาทซ้อนกันเป็นมุมฉาก นิ้วพระบาทยาวเท่ากัน มีซากพระวิหารเป็นแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่อยู่ชิดองค์พระเหลืออยู่หลายต้น เข้าใจว่าเป็นซากพระอุโบสถแต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าพังทลายลงเมื่อใด โดยผู้คนนิยมไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมเมตตามหานิยม นิยมขอพรและนำมะพร้าว ไข่ต้ม ขนมจีนน้ำยา ไปถวาย
3. วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร
วัดโบราณที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ในตัวเกาะเมือง ด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ใกล้กับตลาดหัวรอ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย และมีกฐินพระราชทานเป็นประจำทุกปี สถานที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่สีทองอร่ามอยู่ภายในวิหารพระนอน ติดกับพระเจดีย์องค์ใหญ่และวิหารหลวงพ่อพระอินทร์แปลง เป็นศิลปะแบบอยุธยา ประกอบด้วยศิลาเป็นท่อน ๆ นำมาเรียงต่อกันแล้วสลักเป็นองค์พระ มีความยาว 14.2 เมตร แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระมหาธาตุ สมัยรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวิหารพระนอนขึ้นในวัด แล้วอัญเชิญพระพุทธไสยาสน์จากวัดพระมหาธาตุมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ เชื่อกันว่าหากใครสักการบูชาจะช่วยเสริมชะตาชีวิตเป็นสิริมงคล ประสบผลสำเร็จสมปรารถนา
4. วัดใหญ่ชัยมงคล
พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สร้างขึ้นสมัยอยุธยาตอนต้น ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองอยุธยา ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์สีขาวขนาดใหญ่ ห่มคลุมด้วยจีวรตลอดทั้งองค์ สร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นที่ถวายสักการบูชาและปฏิบัติพระกรรมฐาน ในอดีตเป็นวิหารขนาดใหญ่สร้างคลุมองค์พระไว้ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงเสา 2 ต้น และกำแพงบางส่วน หลังจากองค์พระพุทธไสยาสน์ซึ่งได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ ผู้คนนิยมไปห่มผ้าองค์พระพุทธไสยาสน์ เพราะเชื่อกันว่าจะได้เรื่องเมตตามหานิยม ปรารถนาความสำเร็จ และแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
5. วัดพุทไธศวรรย์
วัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสมัยอยุธยา สร้างมายาวนานกว่า 600 ปี และปัจจุบันยังคงมีความสมบูรณ์สวยงามน่าไปเที่ยวชม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันตก (นอกเกาะเมือง) ผู้คนนิยมไปสักการะ หลวงพ่อดํา ขอพรให้หายเจ็บป่วย รวมถึงไหว้พระนอนที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารพระพุทไธศวรรย์ ทางด้านทิศใต้ในเขตพุทธาวาส ลักษณะของพระวิหารมีลักษณะแอ่นท้องสำเภาเล็กน้อย เจาะช่องหน้าต่างสี่เหลี่ยมทางด้านยาวด้านละ 3 ช่อง มีช่องประตูทางเข้า 1 ช่อง เครื่องบนหลังคาหักพังหมดแล้ว เหลือแต่เพียงผนังและกรอบหน้าต่างบางส่วน โดยองค์พระพุทธไสยาสน์หันพระเศียรไปทางทิศตะวันตกตรงกับช่องประตูทางเข้าพอดี
6. วัดพนมยงค์
วัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ริมคลองเมือง เยื้องหน้าโรงเรียนประตูชัย มักเรียกกันว่า วัดแม่นมยงค์ สร้างขึ้นราวรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ระหว่าง พ.ศ. 2173-2198 เดิมเป็นสวนของพระนมในราชสำนักของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีนามว่า โยง หรือ ยง เมื่อพระนมถึงแก่อนิจกรรม เจ้านายบางองค์ได้ระลึกถึงอุปการคุณ จึงได้สร้างวัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่พระนม ภายในมีอุโบสถและวิหารพระนอนองค์ใหญ่ ภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาวัดถูกทิ้งร้างและได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาตระกูลพนมยงค์ได้เป็นโยมอุปถัมภ์จนถึงปัจจุบัน โดยองค์พระนอนประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร ทำด้วยปูนปั้น พุทธลักษณะละม้ายไปทางสุโขทัย เพราะพระศกคล้ายก้นหอยขม เชื่อกันว่าหากได้สักการะจะมีโชคลาภและหายจากอาการเจ็บป่วย
7. วัดสามวิหาร
วัดเก่าแก่ของอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น หรือในรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพระงั่ว) ประมาณ พ.ศ. 1920 ตั้งอยู่นอกเกาะเมือง ริมฝั่งคลองบางขวด ไม่ไกลจากวัดแม่นางปลื้ม มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลงเหลือไว้ให้ได้ชมกัน ทั้งจากใบเสมาที่มีร่องรอยกระสุนปืนใหญ่ในสมัยอยุธยา รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่วัดอย่างพระนอนองค์ใหญ่อายุกว่า 600 ปี ประดิษฐานอยู่ในวิหารเก่าแก่ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นแบบสุโขทัย แต่พุทธลักษณะคล้ายได้รับอิทธิพลแบบสุโขทัย ความยาว 21 เมตร เชื่อกันว่าหากได้มาสักการบูชาถือว่าจะได้เรื่องเมตตามหานิยม รวมถึงช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ออกไป
8. วัดพระนอน 600 ปี (พระพุทธศรีอยุธยาประชาพิทักษ์)
วัดร้างนอกเกาะเมืองอยุธยา ที่เหลือเพียงฐานรากของกำแพงวัดและเสาวิหาร ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ไกลจากวัดใหญ่ชัยมงคล สถานที่ประดิษฐานพระพุทธศรีอยุธยาประชาพิทักษ์ พระนอนอายุ 600 ปี ความกว้าง 2 เมตร ความยาว 12 เมตร เป็นพระปูนปั้น ศิลปะอู่ทองรุ่นที่ 3 โดยกรมศิลปากรได้ร่วมกับพระสงฆ์และประชาชนบูรณะขึ้นมาใหม่ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ไหว้พระอยุธยาไม่ควรพลาด
ที่มา: https://travel.kapook.com/view268420.html