ไหลเรือไฟออกพรรษานครพนม ตื่นตากลางโขง-บูชาพระพุทธเจ้า

“ไหลเรือไฟ” งานประเพณีสำคัญของชาว จ.นครพนม ที่ยึดถือกันมานานแต่โบราณ เชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท สักการะท้าวพกาพรหม การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี รำลึกถึงพระแม่คงคา โดยการเอาไฟเผาความทุกข์
งานประเพณีดังกล่าว ชาวบ้านที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงนิยมปฏิบัติในช่วงเทศกาลออกพรรษา ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 17 ต.ค.2567
เรือไฟวิวัฒนาการจากการล่องเรือไฟ ลอยเรือไฟ หรือปล่อยเรือไฟ (เฮือไฟ) ซึ่งเป็นเรือที่ทำด้วยกาบกล้วย ไม้ไผ่ หรือวัสดุที่ลอยน้ำ มีโครงสร้างเป็นรูปต่างๆ ตามจินตนาการที่ต้องการ แล้วจุดขี้ไต้หรือตะเกียงใส่โครงสร้าง จนลุกเป็นไฟตามโครงสร้างนั้นๆ แล้ว

กาลเวลาผ่านไป จนกระทั่งเป็นงานที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ หลังจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บรรจุอยู่ในปฏิทินท่องเที่ยว ในห้วงเดือน ต.ค.ออกพรรษาของทุกปี
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์โควิด เพื่อยกระดับจัดงานให้ยิ่งใหญ่ ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และความเชื่อความศรัทธา ปีนี้จึงได้กำหนดงานประเพณีไหลเรือไฟ และงานกาชาด ขึ้นระหว่างวันที่ 8-18 ต.ค.2567 รวม 11 วัน 11 คืน ที่บริเวณศาลากลาง จ.นครพนม และริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร
เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง นอกจากมีเรือไฟไหลโชว์อวดสายตานักท่องเที่ยว 4 ลำคือ เรือไฟของ อบจ.นครพนม เทศบาลเมืองนครพนม ที่ทำการปกครองจังหวัดนครพนม และเรือไฟมหาวิทยาลัยนครพนม ได้ชมการไหลเรือไฟ 3-4 ลำไหลสลับกันทุกคืน
นอกจากนี้ในงานภาคกลางวัน ระหว่างวันที่ 13-16 ต.ค.2567 ทางเทศบาลเมืองนครพนมยังจัดการแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน บริเวณกลางลำแม่น้ำโขง ตั้งแต่หน้าตลาดอินโดจีน-หน้าวัดพระอินทร์แปลง
ส่วนไฮไลต์ของงาน วันที่ 17 ต.ค. หลังจากพิธีรำบวงสรวงองค์พระธาตุพนม โดยสาวงาม 8 เผ่าในช่วงเช้า ช่วงบ่ายจะมีพิธีแห่อัญเชิญไฟพระฤกษ์พระราชทาน และพิธีทางศาสนาก่อนจุดเรือไฟแต่ละลำ
โดยปี พ.ศ.2567 จะมีเรือจำนวน 12 ลำ จาก 12 อำเภอ แต่ละลำความยาว 80-100 เมตร สูง 25-30 เมตร บางลำสูงเท่าตึก 20 ชั้นเลยทีเดียว ซึ่งจะมีการประกวดเรือไฟประเภทความสวยงาม และประเภทความคิดสร้างสรรค์ ชิงเงินรางวัลนับแสนบาทแล้ว
ขณะเดียวกันยังมีการปล่อยกระทงสาย หรือไข่พญานาค จำนวน 25,000 ดวง ไหลลอยเปล่งแสงระยิบระยับกระทบกับสายน้ำ ยังมีการปล่อยเรือไฟโบราณ เพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติกันมาแต่โบราณ ให้นักท่องเที่ยวได้พบเห็นวิวัฒนาการ ก่อนจะเป็นเรือไฟลำยักษ์ที่ไหลลอยล่องคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 11
ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงสินค้าโอท็อป การแสดงแสงสีเสียง การจัดงานพาข้าวแลง ตลอดจนการจัดนิทรรศการและผลงานของเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม คอนเสิร์ตและคณะหมอลำชื่อดังมาจัดแสดง เพื่อให้งานครึกครื้นยิ่งกว่าเดิม
ส่วนวันสุดท้ายของงาน วันที่ 18 ต.ค. จะมีพิธีทำบุญตักบาตรเทโว ที่บริเวณลานพญานาค
ปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพากันแห่หลั่งไหลมาเที่ยวชมงานประเพณีไหลเรือไฟเต็มอัฒจันทร์ริมฝั่งแม่น้ำโขงตื่นตระการตานับแสนๆ คน
หลังจากโรงแรม รีสอร์ต ห้องพัก และร้านอาหารริมฝั่งโขง ตลอดจนเที่ยวบินถูกจองเต็มล่วงหน้า 1 เดือน
คาดว่าจะทำเงินสะพัดมากกว่า 100 ล้านบาทเลยทีเดียว
ที่มา :สกู๊ปพระเครื่อง - ไหลเรือไฟออกพรรษานครพนม ตื่นตากลางโขง-บูชาพระพุทธเจ้า (khaosod.co.th)