กางปฏิทินวันตรุษจีน 2568 ไหว้ตรุษจีนวันไหน ไหว้อย่างไรให้เฮงเฮงเฮง!

กางปฏิทินวันตรุษจีน 2568 วันไหว้ วันจ่าย วันเที่ยว ตรงกับวันไหน เตรียมของไหว้อย่างไร ไหว้อย่างไรให้เฮงเฮงเฮง!
วันตรุษจีน คือ วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนตรงกับวันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติจีน โดยวันตรุษจีน 2568 ตรงกับ 29 มกราคม 2568 ซึ่งเป็น “วันเที่ยว” วันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจีนเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ วันตรุษจีน เป็นการฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ และการฉลองเป็นเวลานานถึง 15 วัน การเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน ชาวจีนจะเริ่มซื้อของขวัญ สิ่งต่าง ๆ เพื่อประดับบ้านเรือน อาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน
ปฏิทินวันตรุษจีน 2568
-
วันจ่าย ตรงกับวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2568 วันจ่าย คือ วันก่อนวันสิ้นปีก่อนถึงตรุษจีน เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องออกไปจับจ่าย ซื้อของ รวมทั้งอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ
-
วันไหว้ตรุษจีน ตรงกับวันอังคารที่ 28 มกราคม 2568 ตอนเช้ามืด จะเริ่มพิธีการไหว้ ป้ายเล่าเอี๊ย โดยเป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ มีเครื่องประกอบการไหว้ คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง ได้แก่ หมู เป็ด และไก่ ตอนสาย จะทำพิธีการไหว้ ป้ายแป๋บ้อ เป็นการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ตอนบ่าย จะทำพิธีการไหว้ ป้ายฮ่อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว
-
วันเที่ยว ตรงกับวันพุธที่ 29 มกราคม 2568 วันเที่ยว ซึ่งก็คือวันตรุษจีน เป็นวันที่ทุกคนพากันออกไปท่องเที่ยวและแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม สีสันสดใส ไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ และพากันออกเที่ยว ในวันนี้ผู้คนจะหยุดทำงาน พร้อมทั้งถือเคล็ดต่าง ๆ ตามธรรมเนียมตรุษจีน

ของไหว้ตรุษจีน : อาหารคาว
-
ไก่และเป็ด นิยมนำมาไหว้ทั้งตัว ไม่หั่น ไม่สับ และต้องมีอวัยวะครบถ้วน สื่อความหมายถึงความร่ำรวย ความมั่นคั่ง และความเจริญในหน้าที่การงาน
-
หมู รูปลักษณ์ของหมูที่มีความอ้วนท้วนสมบูรณ์ จึงทำให้ความหมายของหมูสื่อถึงการกินดีอยู่ดี เหลือกินเหลือใช้ไม่ขัดสน
-
ปลา คำว่าปลาในภาษาจีนออกเสียงว่า “หยู” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่าหยูหรือโหยวที่แปลว่ามี ดังนั้นการรับประทานปลาในวันตรุษจีน จึงเหมือนกับการอวยพรให้มีกินมีใช้มากมาย เหลือเฟือ ไม่ติดขัดตลอดปี
-
เกี๊ยว เป็นเมนูอาหารที่สื่อถึงความรักใคร่ ความสามัคคี และความอบอุ่นในครอบครัว กล่าวคือก่อนถึงวันตรุษจีน ลูก ๆ หลาน ๆ จะพร้อมใจกันนั่งปั้นเกี๊ยวเป็นตัว ทำให้ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานขึ้น นอกจากนี้ลักษณะของเกี๊ยวยังมีความคล้ายกับก้อนเงินตำลึง หรือเงินโบราณของชาวจีน ดังนั้นการรับประทานเกี๊ยววันตรุษจีนยังสื่อถึงความร่ำรวยได้อีกด้วย
-
เมนูประเภทเส้น ไม่ว่าจะเป็นผัดหมี่ซั่ว ฉางโซ่วเมี่ยน หรือก๋วยเตี๋ยวเส้นยาว สามารถนำมาเป็นของไหว้วันตรุษจีนได้ ข้อห้ามสำคัญ คือ ห้ามตัดเส้นระหว่างการปรุง โดยความหมายของเมนูเส้น สื่อถึงการมีอายุยืนยาวเหมือนเส้น สุขภาพร่างกายแข็งแรง อยู่กับลูกหลานไปนาน ๆ
ของไหว้ตรุษจีน : ขนมมงคล
-
ขนมบัวลอย ทรงกลมของบัวลอยสื่อถึงการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว ดังนั้นการทำบัวลอยในวันตรุษจีน จึงหมายถึงความร่มเย็นและความรักใคร่ของคนในครอบครัว
-
ขนมเข่ง เป็นขนมเก่าแก่ของจีนที่มีหลายพันปี สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองและความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
-
ขนมถ้วยฟู ชีวิตที่เฟื่องฟูเหมือนชื่อของขนม รวมถึงความเจริญรุ่งเรืองในเรื่องต่าง ๆ
-
ขนมเทียน เป็นขนมที่มีรูปทรงคล้ายเจดีย์ จึงถือว่าเป็นหนึ่งในขนมมงคลที่มีความหมายแฝง คือความหวานชื่นและชีวิตที่ราบรื่น
ของไหว้ตรุษจีน : ผลไม้มงคล
-
ส้มสีทอง ในภาษาจีนเรียกว่า “ไต้กิก” หมายถึงความโชคดี การมีโชคลาภ มั่งมีศรีสุข ซึ่งส้มสีทองนอกจากนิยมนำมาใช้ไหว้เจ้าและบรรพบุรุษแล้ว ชาวจีนยังนิยมนำส้มมาเป็นผลไม้มงคลในการขอพรผู้ใหญ่อีกด้วย
-
กล้วยหอม มีความหมายถึงการกวักโชคลาภ และการอวยพรให้ครอบครัวมีความสุข มีลูกหลานไว้สืบสกุล
-
แอปเปิ้ลแดง การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
-
แก้วมังกร ความอุดมสมบูรณ์ การมีโชคลาภ และเสริมความเฮง
-
สาลี่ ความโชคดี ความมั่งคั่ง เงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย
วิธีไหว้ตรุษจีนที่ถูกต้อง
-
ไหว้เทพเจ้า : ใช้ธูป 3 ดอก
-
ไหว้บรรพบุรุษ: ใช้ธูป 3 ดอก
-
ไหว้ไฉ่ซิงเอี้ย: ใช้ธูป 3 ดอก, 5 ดอก หรือ 9 ดอกก็ได้
-
ไหว้ศาลเจ้าที่ตรุษจีน (ตี่จู้เอี๊ยะ): ใช้ธูป 5 ดอก ในบางกรณี อาจจุดธูป 7 ดอก โดยปักที่กระถางธูปตี่จู้เอี๊ยะ 5 ดอก และปักที่ประตูหน้าบ้านด้านซ้ายและขวาอีกด้านละ 1 ดอก รวมเป็น 2 ดอก เพื่อเสริมสิริมงคลและป้องกันสิ่งไม่ดีเข้าสู่บ้าน
-
ไหว้ผีไร้ญาติ: ใช้ธูป 1 ดอก
ธูป 3 ดอก: เน้นด้านโชคลาภและเงินทองโดยเฉพาะ
ธูป 5 ดอก: ขอพรครอบคลุมทั้งโชคลาภ สุขภาพ การงาน และชีวิต
ธูป 9 ดอก: ขอพรแบบครบทุกด้าน เช่น โชคลาภ สุขภาพ การงาน ความมั่นคงในชีวิต
การเลือกใช้จำนวนธูปที่เหมาะสม เป็นการแสดงถึงความเคารพและความตั้งใจในการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษตามธรรมเนียมจีนค่ะ
ไหว้ตรุษจีนอย่างไรให้เฮง
-
ไม่วางรูปเคารพของไฉ่ซิงเอี้ยหันหน้าตรงข้ามกับทิศทางของบ้าน : หากบ้านของคุณหันหน้าไปทางทิศเหนือ ไม่ควรวางไฉ่ซิงเอี้ยหันหน้าไปทางทิศใต้ เพื่อป้องกันพลังงานที่ไม่สมดุล
-
ไม่วางรูปเคารพในตำแหน่งที่ต่ำเกินไป : ควรวางรูปเคารพในระดับที่เหมาะสม เพื่อแสดงความเคารพและเสริมพลังบวก
-
พื้นที่ด้านหน้ารูปเคารพต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง : ควรเว้นระยะพื้นที่ด้านหน้ารูปเคารพกับของไหว้ให้โล่งและสะอาด เพื่อให้พลังงานไหลเวียนได้ดีขึ้น
-
ไม่วางรูปเคารพใต้คานบ้าน : การวางรูปเคารพใต้คานอาจกดทับพลังงานที่ดี ควรหลีกเลี่ยงตำแหน่งดังกล่าว
-
หลีกเลี่ยงการวางรูปเคารพโดยให้ด้านหลังหันไปทางหน้าต่างหรือไม่มีสิ่งรองรับ : ควรวางรูปเคารพโดยมีผนังหรือสิ่งรองรับด้านหลัง เพื่อเสริมความมั่นคง
-
รักษาความสะอาดของรูปเคารพ : ควรทำความสะอาดรูปเคารพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแสดงความเคารพและรักษาพลังงานที่ดี
-
รักษาสภาพของรูปเคารพให้สมบูรณ์ : หากรูปเคารพชำรุด ควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อโชคลาภ
-
ขอพรในเรื่องที่ถูกต้องและสุจริต : ควรขอพรในสิ่งที่ถูกที่ควรและสุจริต เพื่อให้ได้รับพรที่ดีและยั่งยืน
-
รักษาคำพูดและการกระทำด้วยความเคารพเมื่อรับไฉ่ซิงเอี้ย : ควรปฏิบัติตนด้วยความสุภาพและเคารพ เพื่อเสริมสร้างพลังงานบวกและโชคลาภ
การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองให้กับครอบครัวตลอดปีใหม่
ข้อห้ามวันตรุษจีน
-
ห้ามทะเลาะเบาะแว้ง ห้ามร้องไห้ ห้ามพูดคำหยาบ
-
ห้ามทำความสะอาดบ้าน
-
ห้ามซักเสื้อผ้า
-
ห้ามทำของแตก หากมีของแตกในบ้านต้องนำไปทิ้งทันที
-
ห้ามใช้ของมีคม เช่น มีด กรรไกร
-
ห้ามให้คนอื่นเข้าไปในห้องนอนวันตรุษจีน
-
ห้ามยืมเงินหรือให้คนอื่นยืมเงิน
ที่มา :กางปฏิทินวันตรุษจีน 2568 ไหว้ตรุษจีนวันไหน ไหว้อย่างไรให้เฮงเฮงเฮง!
เพลงใหม่ เพลงแนะนำ เพลงฟังเพลินๆ
